รำโทน จุดมุ่งหมายในการวิจัยเพลงรำโทนบ้านหน้าวัดโบสถ์ อำเภอสามโก้ ครั้งนี้เพื่อรวบรวมข้อมูลในรูปแบบโน้ตสากล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจด้านดนตรีพื้นบ้านทั้งระดับประเทศและสากล โดยรวบรวมข้อมูลจากวิทยากรพ่อเพลงแม่เพลงท้องถิ่นจำนวน 7 ท่าน สามารถรวบรวมเพลงรำโทนได้ทั้งหมด 102 เพลง จำแนกประเภทของเพลงเป็นช่วงเคารพนบนอบ 3 เพลง ช่วงชักชวนร่ายรำร้องเพลง 10 เพลง และช่วงเข้าเนื้อหาแบ่งย่อยเป็นเกี่ยวกับความรัก 76 เพลง เกี่ยวกับการรบ 5 เพลง เกี่ยวกับวรรณคดี 6 เพลง และช่วงร่ำลาอาวรณ์ 2 เพลง
พ่อเพลงแม่เพลงจะแบ่งเป็นสามลักษณะ คือ รัก รบ และจากลา คณะรำโทนบ้านหน้าวัดโบสถ์ได้นำกลองรำมะนาแบบรำตัด มาตีแทนกลองโทน เนื่องจากมีเสียงที่กังวาลกว่า แต่ก็ยังเรียกติดปากว่า เพลงรำโทนเหมือนเดิม พ่อเพลงแม่เพลงส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร มีพื้นฐานในการร้องเพลงจากการได้ฟังเพลงมาตั้งแต่ยังเด็ก การแต่งกายในการเล่นรำโทนก็ไม่ได้จำเพาะเจาะจง เพียงแต่เน้นชุดที่สุภาพเรียบร้อยและสะดวกต่อการเคลื่อนไหว เนื้อหาเพลงส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความรัก
จุดเด่นของเนื้อเพลงรำโทนบ้านวัดโบสถ์โดยรวม คือ มีถ้อยคำที่สุภาพ ไม่มีคำหยาบ ท่วงทำนองเพลงรำโทนส่วนใหญ่กระชับ ระดับความเร็วจังหวะหลักที่ใช้ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 65 – 70 ต่อนาที เนื้อร้องบางเพลงมีการล้อเลียนเสียงเครื่องดนตรีหลายชนิด อาทิ ซอ พิณ ระนาด ฆ้องวง และกลองรำมะนา เพลงรำโทนหลายเพลงได้หยิบยืมเพลงไทยเดิมมาใส่ในเนื้อเต็มและบันไดเสียง
ในการขับร้องส่วนใหญ่จะใช้ บันไดเสียง C เมเจอร์ และมีบันไดเสียง F ไมเนอร์บ้างไม่มากนัก ทำนองเพลงส่วนใหญ่ใช้เสียงหลักจำนวน 5 เสียง คือ โด เร มี ซอล ลา ซึ่งสอดคล้องกับทำนองเพลงพื้นบ้านทั่วโลกที่มักใช้เสียงหลัก 5 เสียงเช่นกัน
รำโทนมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับการเมืองในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม หลายบทเพลงแต่งขึ้นเพื่อปลุกใจให้คนไทยมีความรักชาติ และเชื่อในตัวผู้นำ การแต่งกายในการแสดงก็ปรับให้เป็นแบบสากล เนื้อร้องบางเพลงยังบรรยายถ่ายทอดให้เห็นภาพเหตุการณ์ใน สงครามโลกครั้งที่สอง
การแพร่กระจายของเพลงรำโทนในเขตบ้านวัดโบสถ์ สันนิษฐานว่ามาจากจังหวัดลพบุรี พร้อมกับการกลับมาของทหารที่ปลดประจำการ ส่วนหนึ่งของเนื้อร้องเพลงเชียร์รำวงและเพลงลูกทุ่งล้วนได้รับอิทธิพลมาจากเพลงรำโทนทั้งสิ้น เพลงรำวงมาตรฐานของกรมศิลปากร เกือบนับสิบเพลงก็นำเพลงรำโทนของชาวบ้านมาปรับปรุง แม้แต่คุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ก็ยังนำเพลงรำโทนมาเป็นแนวทางในการสร้างเพลงรำวงสุนทราภรณ์
